สัปดาห์ที่ 5 : จงเป็นผู้สร้างสันติ

วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2026 บทภาวนา ” จงเป็นผู้สร้างสันติ “ บทอ่านจากพระคัมภีร์ :  มัทธิว 5:9, ยากอบ 3:17-18 กดเพื่อฟัง>> เสียงบทภาวนา “จงเป็นผู้สร้างสันติ“   “คนที่สร้างสันติก็เป็นสุข เพราะว่าพระเจ้าจะทรงเรียกเขาทั้งหลายว่าเป็นลูก” (มัทธิว 5:9) “แต่ปัญญาจากเบื้องบนนั้นบริสุทธิ์เป็นประการแรก แล้วจึงเป็นความสงบสุข การผ่อนหนักผ่อนเบา การยอมรับฟัง การเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาและผลดีต่างๆ ไม่มีการลำเอียง ไม่มีการหน้าซื่อใจคด และพวกที่สร้างสันติ ซึ่งหว่านด้วยสันติ ก็จะได้รับผลคือความชอบธรรม” (ยากอบ 3:17-18 17)   ในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ เป็นเวลาที่เราชื่นชมยินดี สำแดงความรัก เพราะเราได้รับองค์พระเยซูคริสต์จากพระเจ้า ซึ่งในพระคัมภีร์บอกไว้ว่าพระองค์ทรงเป็นองค์สันติราช พระองค์นำการคืนดีกับพระเจ้ามาสู่มนุษย์ ให้เราเป็นผู้ชอบธรรม ของพระเจ้าในพระคริสต์เมื่อเราเชื่อในพระองค์  เราสามารถให้ของขวัญแก่ตัวเองและผู้อื่นในการสร้างสันติ สร้างสันติสุขกับตัวเองในเวลาที่หลายสิ่งไม่เป็นตามที่เราคาดหวัง สร้างสันติสุขกับคนอื่นๆ โดย การผ่อนหนักผ่อนเบา การยอมรับฟัง การเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาและผลดีต่างๆ ไม่มีการลำเอียง ไม่มีการหน้าซื่อใจคด อดทนกับคนอื่นๆ โดยเฉพาะผู้เชื่อ…

Read more

สัปดาห์ที่ 5 : พระเจ้าทรงอยู่ด้วยทุกย่างก้าว

วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2026 บทภาวนา ” พระเจ้าทรงอยู่ด้วยทุกย่างก้าว “ บทอ่านจากพระคัมภีร์ :  สดุดี 23:1-3, 37:23-24 กดเพื่อฟัง>> เสียงบทภาวนา “เริ่มต้นใหม่กับพระเจ้า“ “พระเจ้าทรงเลี้ยงดูข้าพเจ้าดุจเลี้ยงแกะข้าพเจ้าจะไม่ขัดสน พระองค์ทรงกระทำให้ข้าพเจ้านอนลงที่ทุ่งหญ้าเขียวสด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปริมน้ำแดนสงบ ทรงฟื้นจิตวิญญาณของข้าพเจ้า พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าไปในทางชอบธรรม เพราะเห็นแก่พระนามของพระองค์” (สดุดี 23:1-3)   ผู้เขียนสดุดีบทที่ 23 ได้บรรยายภาพของผู้เลี้ยงที่เอาใจใส่ ดูแล ทุ่มเทอย่างสุดใจในการอยู่กับแกะของพระองค์ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์อย่างไร ไม่ว่าจะมั่งมีหรือขัดสน ไม่ว่าจะมีเหตุวุ่นวายหรือสุขสงบ ไม่ว่าจะอันตรายหรือปลอดภัย ผู้ล้ำเลิศอย่างองค์พระผู้เป็นเจ้ายังคงทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์และไม่ขาดตกบกพร่องเลย แม้บางครั้งจิตใจและจิตวิญญาณจะตกต่ำ ห่อเหี่ยว แห้งแล้ง ไม่สดชื่น ไม่มีชีวิตชีวา แม้บางครั้งเราอาจเดินในเส้นทางที่ไม่ถูกต้อง หรือชีวิตที่คลาดเคลื่อนไปจากมาตรฐานของพระเจ้า ตามเส้นทางที่พระองค์ทรงวางไว้เพื่อเรา ถึงกระนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงอยู่กับเราในทุกย่างก้าว ทรงฟื้นใจ ฟื้นจิตวิญญาณ ฟื้นความเชื่อมั่นในพระเจ้า ให้กลับมาอยู่ในเส้นทางและระดับที่พระองค์ทรงพอพระทัย พระเจ้าทรงอยู่กับท่านในยามที่ท่านขัดสน (สดุดี 23:1) มุมมองของเราหลายครั้งเรามักจะให้ความหมายของคำว่าขัดสนคือปริมาณ เพราะเมื่อไหร่ที่ได้น้อย มีน้อย…

Read more

สัปดาห์ที่ 5 : เริ่มต้นใหม่กับพระเจ้า

วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2025 บทภาวนา ” เริ่มต้นใหม่กับพระเจ้า “ บทอ่านจากพระคัมภีร์ :  2 โครินธ์ 5:16-21 กดเพื่อฟัง>> เสียงบทภาวนา “เริ่มต้นใหม่กับพระเจ้า“ พระเจ้าทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ คือองค์พระเยซูคริสต์ เสด็จลงมาดำเนินชีวิตเป็นมนุษย์อยู่บนโลกใบนี้ ในสภาพที่เป็นมนุษย์แท้ บริสุทธิ์ ปราศจากบาป โดยมีพระประสงค์ที่จะช่วยมนุษย์ทุกคนที่เป็นคนบาป (ถูกแยกออกจากพระเจ้า) ให้กลับคืนดีกับพระองค์ และอยู่กับพระองค์บนแผ่นดินสวรรค์ พระเยซูคริสต์ทรงกระทำพันธกิจแห่งการคืนดีนี้ โดยเริ่มจากพระเจ้าพระบิดาทรงยกโทษ อภัยความผิดบาปของมนุษย์ทุกคน แล้วให้พระองค์เป็นเครื่องบูชาไถ่บาปโดยพระโลหิตของพระองค์ ด้วยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ถูกฝังไว้ในอุโมงค์ ทรงเป็นขึ้นมาในวันที่สาม เสด็จดำเนินอยู่บนโลกอีก 40 วัน แล้วเสด็จกลับสู่สวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระหัตถ์ของพระบิดา และจะเสด็จกลับมาอีก องค์พระเยซูคริสต์ทรงกระทำพันธกิจแห่งการไถ่บาปสำเร็จแล้ว ทำให้มนุษย์กลับมาคืนดีกับพระเจ้าได้ และพระองค์ทรงมีพระบัญชาให้คริสตจักร ของพระองค์ทำพันธกิจแห่งการคืนดีนี้ร่วมกับพระองค์ ในการประกาศ การเป็นพยานเรื่องราวการไถ่บาปของพระองค์ไปทั่วโลก ผู้ใดที่เชื่อวางใจในพระองค์ ยอมรับการให้อภัยจากพระเจ้า หันหลังให้กับความบาป เริ่มต้นชีวิตใหม่ พึ่งพาพระองค์ในทุกสถานการณ์ของชีวิต ให้แบกกางเขนของตนและตามพระองค์ไป พระเยซูคริสต์ทรงเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางพระองค์…

Read more

สัปดาห์ที่ 5 : ปล่อยอดีต วางใจสำหรับวันพรุ่งนี้

วันอังคาร ที่ 30 ธันวาคม 2025 บทภาวนา ” ปล่อยอดีต วางใจสำหรับวันพรุ่งนี้ “ บทอ่านจากพระคัมภีร์ :  ฟีลิปปี 3:12-16 กดเพื่อฟัง>> เสียงบทภาวนา “ปล่อยอดีต วางใจสำหรับวันพรุ่งนี้“ บนเส้นทางชีวิตที่เราเดินผ่านมาจนเกือบจะสิ้นสุดไปอีกหนึ่งปีนี้ คงมีหลายวันที่เรามีความสุข สนุกสนานและยิ้มแย้มแจ่มใส และคงมีหลายวันที่เรารู้สึกเศร้า เสียใจ ผิดหวัง หรือเป็นทุกข์ท้อแท้ใจ ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไร เราขอบคุณพระเจ้าที่นำเราผ่านพ้นมาได้ด้วยความปลอดภัย พระองค์สถิตอยู่ ช่วยเหลือและโอบอุ้มคุ้มครองเรามาแล้วอย่างไร ในก้าวย่างต่อไปของชีวิตแน่นอนว่าความรักและพระเมตตาคุณของพระองค์จะยังอยู่กับเราเสมอไม่เปลี่ยนแปลง พระธรรมฟีลิปปีบทที่ 3:12-16 ที่ท่านอาจารย์เปาโลได้เขียนไว้ เตือนใจเราไม่ให้ติดยึดกับอดีตไม่ว่าจะเป็นอดีตที่เราประสบความสำเร็จ หรืออดีตที่ขมขื่น ทำให้เราเป็นทุกข์ ซึ่งจะบั่นทอนกำลังในการโน้มตัวออกไปหาสิ่งที่อยู่ข้างหน้าและบากบั่นมุ่งไปสู่หลักชัย เราจะปล่อยอดีตหรือลืมสิ่งที่ผ่านพ้นมาเสียได้อย่างไร และเราจะวางใจในวันพรุ่งนี้ว่าจะมั่นคงหรือดีขึ้นกว่าวันนี้ได้อย่างไร ในความเป็นมนุษย์เราย่อมหวั่นไหวต่อเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้หรือวันไหนๆ สิ่งเดียวที่เราทำได้คือวางใจในการทรงนำ วางใจในพระปัญญาอันประเสริฐ และวางใจในความรักอันยิ่งใหญ่ขององค์พระผู้เป็นเจ้าและที่สำคัญคือตัวเราเองต้องปรับความคิด ปรับทัศนคติโดยสร้างแรงบันดาลใจและให้กำลังกับตนเองบนพื้นฐานความเชื่ออย่างเข้มแข็งในสถานการณ์ต่างๆของชีวิตเช่น เมื่อเราพบกับความสำเร็จ….อย่าหยุดเพราะคิดว่าได้สมใจในสิ่งที่ปรารถนาแล้ว แต่จงคิดต่อไปว่าเราจะทำสิ่งใหม่ที่ดีกว่านี้ได้อย่างไร แล้วเราจะก้าวสู่บันไดความสำเร็จที่สูงขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเราต้องอยู่ในสภาพจำเจ เคยชินเป็นปกติ…อย่าหยุดเพียงเพราะคิดว่าอยู่แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว แต่จงคิดต่อไปว่ามีวิธีใดที่จะเปลี่ยนแปลงให้เกิดประโยชน์และน่าสนใจยิ่งขึ้น  แล้วเราจะพบว่าสิ่งที่ได้ทำไปนั้นเป็นผลงานสำหรับคนรุ่นต่อไปได้ต่อยอด ในสิ่งดีๆได้อีกมากมาย  และเมื่อต้องพบกับวิกฤติหรือความล้มเหลวในชีวิต….อย่าหยุดเพียงเพราะคิดว่าฉันหมดสิ้นทุกสิ่งแล้ว แต่จงตั้งสติ ค้นหาโอกาส…

Read more

สัปดาห์ที่ 5 : มองอนาคตด้วยใจหวัง

วันจันทร์ที่ 29 ธันวาคม 2025 บทภาวนา ” มองอนาคตด้วยใจหวัง “ บทอ่านจากพระคัมภีร์ :  เยเรมีย์ 29:11, เพลงคร่ำครวญ 3:21-26 กดเพื่อฟัง>> เสียงบทภาวนา “มองอนาคตด้วยใจหวัง“ เสียใจ ร้องให้ ล้มเหลว พ่ายแพ้ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา ไม่มีใครไม่เคยเจอเรื่องราวแห่งความผิดหวังในชีวิต แต่ในความเจ็บปวดเหล่านั้นจะมีทางเลือกและทางออกให้กับเราเสมอ เลือกที่จะจมอยู่กับความทุกข์หรือเลือกที่จะเงยหน้ามองที่ความหวัง เลือกที่จะปิดประตูสำหรับโอกาสหรือเลือกที่จะเปิดประตูรับกับความท้าทายใหม่ๆ ที่อยู่ข้างหน้า หากเรามีความเชื่อมากพอเราจะรู้ว่าแผนการที่พระเจ้ามีต่อผู้ที่เชื่อเป็นแผนงานเพื่อสวัสดิภาพ ไม่ใช่เพื่อทุกขภาพ เพื่อจะให้อนาคตและความหวังใจแก่เราทุกคน ทำไมเราจึงควรมองอนาคตด้วยใจหวัง พระวจนะของพระเจ้ากล่าวว่า “ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ และความรัก แต่ความรักใหญ่ที่สุด” (1 โครินธ์ 13:13) เราสามารถมองอนาคตด้วยใจหวังเพราะเรารู้ว่า “ความรักมั่นคงของพระเจ้าไม่เคยหยุดยั้ง และพระเมตตาของพระเจ้าไม่มีสิ้นสุด เป็นของใหม่อยู่ทุกเวลาเช้า ความเที่ยงตรงของพระองค์ใหญ่ยิ่งนัก” เรามีความหวังใจเพราะเรารู้ว่าความรักของพระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ เรามีความหวังใจเพราะเรารู้ว่าพระเจ้าทรงรักเรา เรามีความหวังใจเพราะว่าพระเจ้าทรงรักเรา จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิต  นิรันดร์ ดังนั้น จงละความกระวนกระวายของท่านไว้กับพระเจ้า วางใจในพระองค์และมองอนาคตด้วยใจหวัง…

Read more

สัปดาห์ที่ 5 : ความเชื่อคือแสงนำทาง

วันอาทิตย์ที่ 28 ธันวาคม 2025 บทภาวนา ” ความเชื่อคือแสงนำทาง “ บทอ่านจากพระคัมภีร์ :  ฮีบรู 11:1-3 กดเพื่อฟัง>> เสียงบทภาวนา “ความเชื่อคือแสงนำทาง“ ในยุคสมัยที่ใครๆ ก็สามารถสร้างภาพคู่ของตนเองกับดาราได้ด้วยการเขียนคำสั่ง (prompt) หรือการนำเสียงนักร้องฝรั่งมาท่องบทสวดภาษาบาลีด้วยปัญญาประดิษฐ์ หรือจากการที่เราสามารถมีบทสนทนาที่ลึกซึ้งกับโทรศัพท์มือถือของตนเองได้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามกับตัวเองว่าในปัจจุบันเหลือสิ่งใดที่พอจะ “เชื่อถือ” ได้บ้าง ในเมื่อความจริงนับวันเหมือนจะเลือนลางลงไปทุกที ผู้เขียนเคยสงสัยมาตลอดมาเมื่ออ่านพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมว่าทำไมพระเจ้าจึงค่อยๆ ลดการเปิดเผยตนเองของพระองค์ต่อมนุษย์ จากที่เคยเดินเคียงข้างกันในสวนเอเดน กลายเป็นมาเยี่ยมเยียนดังคนแปลกหน้าในสมัยอัครบิดร สู่การซ่อนตัวอยู่ในเสาเมฆเสาเพลิงตอนอพยพ จากนั้นก็ติดต่อผ่านทางนิมิตและทูตสวรรค์ มันจะไม่ง่ายกว่าหรือหากเราเห็นพระองค์เต็มตาเพื่อที่จะเชื่อในการคงอยู่ของพระองค์อย่างเต็มใจ แต่เมื่อพระคัมภีร์พันธสัญญาใหม่ก็ได้รู้ว่าแม้พระเจ้าจะเสด็จลงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ เพื่อมีชีวิตและทำการอัศจรรย์ท่ามกลางเรา แต่สุดท้ายหลุมแห่งความไม่มั่นใจในค่าของตนก็นำเราไปสู่บาปเสมอ หลุมลึกนั้นไม่มีสิ่งทางกายภาพใดมายึดเป็นหลักให้ชีวิตของเราได้ เพราะถมยังไงก็ไม่เต็ม เหมือนกับที่เราอยากให้คนที่รักบอกว่ารักเราบ่อย ๆ แม้จะรู้ว่ารักอยู่แล้ว  พระเจ้าทรงเข้าใจและเตือนเราผ่านพระคัมภีร์ข้อนี้ว่าหลักประกันเดียวที่เรามั่นใจได้ คือ ความหวังในพระเจ้า ที่แม้มองไม่เห็น แต่สัมผัสได้ คล้ายความรู้สึกที่อบอุ่น เปี่ยมสันติยามที่เราอยู่ในอ้อมกอดของพ่อแม่หรือคนรัก เป็นห้วงเวลาไม่สามารถวาดเขียนหรือบรรยายเป็นได้ชัดเจน เป็นแสงสว่างเดียวท่ามกลางความมืดมิดสับสนของชีวิต เทศกาลคริสต์มาสเป็นช่วงเวลาที่พระเจ้าเรียกให้เราซึ่งหลงหายไปในระหว่างปีให้กลับมาสู่อ้อมกอดของพระองค์อีกครั้ง กลับมาสู่ความเชื่อที่เป็นแสงไฟนำทางเราต่อไปในชีวิตท่ามกลางโลกที่สับสนวุ่นวายนี้   หัวข้ออธิษฐาน   ความเชื่อในช่วงเวลาที่มืดมนของชีวิต

Read more